ศวฮ. ปัตตานี จัด Halal Scientist Competition 2017

ศวฮ. ปัตตานี จัด Halal Scientist Competition 2017

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สำนักงานปัตตานี) จัดงาน Halal Scientist Competition 2017
@PATTANI

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการกิจกรรมโครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล
ในหัวข้อ “พัฒนาภูมิปัญญาอิสลามด้วยนวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ” โดยมีท่านอดินันท์ ปากบารา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และได้เยี่ยมชมบอร์ดประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล ซึ่งในการจัดอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 120 ราย

 

บันทึกการประชุมอาหารฮาลาลนานาชาติที่ชิคาโก: รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน

บันทึกการประชุมอาหารฮาลาลนานาชาติที่ชิคาโก: รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน

 

1.วันที่ 17 เมษายน เวลา 5:46 น.

Going to Chicago via Narita for International Halal Conference at IFANCA, gonna lecture on Essentiality of scientific screening for Halal authentication. So glad that more issues focused on Halal science which had been initiated in Thailand for more than 2 decades.

เดินทางไปบรรยายเรื่องความจำเป็นของการใช้ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนการรับรองฮาลาล งานจัดที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกาโดยองค์กรอิฟานก้า ครั้งนี้บินผ่านนาริตะ โตเกียว ในบรรยากาศที่คิมน้อยกำลังฮึ่มๆกับทรัมพ์ในพื้นที่แถบนั้นอยู่ แต่ก็แค่ฮึ่มทางการเมืองเท่านั้น ดีใจเสมอที่ระยะหลังงานสัมมนาฮาลาลนานาชาติมีประเด็นของวิทยาศาสตร์ฮาลาลที่เริ่มต้นในเมืองไทยเมื่อกว่ายี่สิบปีมาแล้ว มาอภิปรายถกเถียงกันบ่อย

 

2.  18 เมษายน เวลา 4:04 น.

การประชุมฮาลาลที่สหรัฐอเมริกา

มาประชุม International Halal Conference ที่ชิคาโก จัดโดย Ifanca หรือ Islamic Food and Nutrition Council of America บรรยายเรื่องความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตรฮาลาลของประเทศไทย ที่โรงแรม Hyatt Regency O’Hare Hotel ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่ง พักห้องสวีต 2206

เดินทาง 19 ชั่วโมง นอนบนเครื่องไม่ค่อยหลับ ออกอาการเจ็ตแลคตั้งแต่มาถึง Prof.Anjum อธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งชาติแกมเบียมารับพร้อม ผอ.ของ Ifanca มารอรับที่สนามบิน O’Hare

บินด้วยเครื่อง ANA จากกรุงเทพฯไปโตเกียว จากโตเกียวคิดว่าจะเป็น ANA กลายเป็นเครื่อง United ถามเจ้าหน้าที่ United ว่าจะมีการลากผู้โดยสารลงจากเครื่องไหมเพราะเป็นที่ชิคาโกเหมือนกัน เขาบอกว่าทางสายการบินเสียหน้ามาก เพราะผู้โดยสารมักถามกันอย่างนี้ สัญญาว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก เครื่องเต็มตั้งแต่โตเกียว เจ้าหน้าที่บนเครื่องบริการดี แต่ไม่มีหนุ่มสาวเลย อายุเฉียดเกษียณกันทั้งนั้น

การผ่านอิมมิเกรชันรวดเร็ว ครั้งนี้เป็นการเข้าสหรัฐครั้งที่สองสำหรับวีซ่าใหม่นี้ วีซ่าหมดอายุ 2026

4. 18 เมษายน เวลา 6:03 น.

Ifanca พี่เบิ้มด้านฮาลาลในอเมริกา

Ifanca จัดตั้งโดยคนอเมริกันเชื้อสายปากีสถาน ทำงานรับรองฮาลาลในกว่า 50 ประเทศ เปิดสำนักงานแม้ในมาเลเซีย อินโดเนเซีย อินเดีย ปากีสถาน กลายเป็นพี่ใหญ่ของวงการรับรองฮาลาล เคยแอบเข้ามารับรองฮาลาลในประเทศไทยบ้าง

นายใหญ่ของ Ifanca คือ Dr.Muhammad Chaudry รู้จักกับผมมาหลายปี ให้ความเคารพฮาลาลประเทศไทยค่อนข้างมาก เขาว่าจุดแข็งของประเทศไทยคือวิทยาศาสตร์ฮาลาล ผมฟังแล้วก็ภูมิใจ

ง่ายๆสไตล์อิฟานก้า

งานเลี้ยงต้อนรับ มีแขกประมาณ 200 คน จัดง่ายๆ คล้ายงานที่ศูนย์กลางแต่จัดใน Hyatt ดูวิธีนำเสนอสปอนเซอร์ แค่ทำป้ายชื่อแสดงบนโต๊ะ ที่เมนูระบูระดับของสปอนเซอร์ด้วย อาหารจัดง่ายๆมีไม่กี่อย่าง เป็นอาหารปากีกับอเมริกัน

5. 18 เมษายน เวลา 23:54 น.

การประชุมอาหารฮาลาลนานาชาติที่ชิคาโก

มีคนเข้าร่วมประมาณ 200 คน ครึ่งหนึ่งมาจากอุตสาหกรรมในอเมริกาอีกครึ่งหนึ่งจา
กองค์กรรับรองฮาลาลอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป อัฟริกา เจอคนเดียวจากอาเซียนคือ Hendra Utama จากฮาลาลอินโดนีเซีย มีมาจากเกาหลีใต้สองคนเป็นองค์กรรับรองฮาลาลแต่ไม่แน่ใจว่าเป็นมุสลิมหรือไม่ วิทยากรหลายคนมิใช่มุสลิมแต่มาจากภาควิชาการและรัฐ จัดการประชุมได้ดี

ที่น่าสนใจคือมีการนำเอาเซเล็บเกษียณแล้วจากวงการสื่อมาบรรยายเรื่องฮาลาลซึ่งน่าสนใจ เป็นการมองจากคนที่มิใช่มุสลิม อีกสิ่งหนึ่งที่น่าติดตามคือบรรยากาศที่อเมริกากลับไม่มีเรื่องกลัวอิสลามหรือต่อต้านมุสลิมอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย นักอุตสาหกรรมที่มาร่วมประชุมส่วนใหญ่ไม่ใช่มุสลิม ต่างเห็นประโยชน์ของฮาลาล พัฒนาการด้านการรับรองก้าวหน้าไปมาก พูดคุยกันเรื่องวิทยาศาสตร์มากกว่าที่เคยมีมา ส่วนใหญ่คำถามเป็นเรื่องปัญหาวัตถุดิบที่ซับซ้อนมากขึ้น

6.  19 เมษายน เวลา 10:35 น.

กินไปคุยไปในชิคาโก

ค่ำนี้มีเลี้ยงอาหารเล็กๆระหว่างทีมผู้จัดกับวิทยากรบางคนที่ห้องพักของ Dr.Chaudry ประธาน Ifanca คุยกันสัพเพเหระ เป็นเรื่องพัฒนาการของกระบวนการรับรองฮาลาลค่อนข้างมาก ทุกฝ่ายต่างรอการบรรยายของผมในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะเป็นเรื่องการพัฒนากระบวนการตรวจทางห้องปฏิบัติการซึ่งจะนำเสนอหนังสือ H-Numbers ครั้งแรกในโลกด้วย

การรับรองฮาลาลในโลกมีองค์กรอิสลามให้การรับรองฮาลาลทั่วโลกประมาณ 500 องค์กร กรณีประเทศไทยแม้จะมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 39 แห่งกรรมการกลางอิสลามอีกหนึ่งแห่ง แต่นับเป็นองค์กรเดียวเพราะมีตราฮาลาลเดียว เป็นประเทศเดียวในโลกที่ใช้ตราฮาลาลหนึ่งเดียวคือ “ฮาลาลเพ็ชร” Diamond Halal ตราสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่รู้จักกันนั่นแหละ นี่คือจุดขายของประเทศไทยร่วมกับความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล

อีกเรื่องที่คุยกันคือบรรยากาศมุสลิมในอเมริกาเหนือและยุโรป แคนาดามีประชากร 35 ล้านคนมีมุสลิม 1.5 ล้านคน ที่สำคัญคือภาพลักษณ์มุสลิมแคนาดาทำให้แคนาดาขายอาหารฮาลาลมากขึ้น เติบโตเร็วกว่าอาหารกลุ่มอื่น รัฐบาลแคนาดาจึงให้การสนับสนุนมากขึ้น สหรัฐอเมริกามีประชากร 320 ล้านคนมีมุสลิมประมาณ 7 ล้านคน คนที่นี่ยืนยันว่ารัฐบาลยังคงสนับสนุนฮาลาลอย่างแข็งขัน กระทั่งอาหารฮาลาลอเมริกันส่งออกเป็นอันดับหนึ่งในโลกแซงบราซิลไปแล้ว

ในอเมริกาเหนือและยุโรปมีโรงเรียนอิสลามมากขึ้น แต่มักไม่เข้มงวดเรื่องการคลุมหิญาบของผู้หญิง จะว่าไม่เคร่งก็ไม่ถูก การต่อต้านมุสลิมมีบ้างแต่ค่อนข้างน้อยเมื่อเข้าไปมองจากด้านใน สหรัฐห้ามคนจากแระเทศมุสลิม 7 ประเทศเข้าสหรัฐ เขามองว่าปัญหามาจากข้างนอก มุสลิมในประเทศเขาไม่มีปัญหานี่คือบรรยากาศในสหรัฐอเมริกา ไม่มีอะไรน่าห่วง แม้แต่ในอังกฤษก็ปกติ เพราะฝรั่งยังเลือกนายกเทศมนตรีลอนดอนเป็นมุสลิม Jonathan Wilson บอกว่าในอังกฤษดูยากว่ามีมุสลิมเท่าไหร่เพราะจำนวนมากไม่มีชื่ออาหรับและไม่แต่งตัวแบบอิสลาม มุสลิมในยุโรปมีส่วนเดียวที่แต่งกายตามวัฒนธรรมอิสลาม แต่จำนวนมากแต่งกายเหมือนฝรั่ง คนฝรั่งเปลี่ยนศาสนาเยอะมาก อย่างเช่นในสเปน ฝรั่งเศส แต่ไม่ประกาศตัว บรรยากาศกลัวอิสลามไม่ได้มีมากอย่างที่เคยเข้าใจ

7. 20 เมษายน เวลา 17:03 น.

ผลสรุปการประชุมฮาลาลในชิคาโก

ผมมาประชุมวิชาการนานาชาติเรื่องอาหารฮาลาลที่ชิคาโกจัดโดยองค์กร Ifanca หรือสภาอาหารและโภชนาการอิสลามแห่งอเมริกา องค์กรนี้รับรองฮาลาลทั่วโลก มีสำนักงานสาขาอยู่ในกว่า 50 ประเทศ สมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายปากีสถาน ส่วนที่สำคัญคือองค์กรนี้มีความสัมพันธ์กับภาคธุรกิจอเมริกันและยุโรปขนาดใหญ่ค่อนข้างมาก

ผมมาประชุมฮาลาลในอเมริกาสองสามครั้ง บรรยากาศการประชุมแตกต่างจากบ้านเราและแถบอาเซียนอย่างสิ้นเชิง ในบ้านเราคุยกันเรื่องหลักชารีอะฮฺค่อนข้างมาก ส่วนที่นั่นเน้นไปในทางธุรกิจเป็นหลัก คุยกันเรื่องว่าจะรับรองอย่างไรให้เป็นไปตามมาตรฐาน พยายามผลักดันมาตรฐานให้เป็นไปตามมาตรฐานกระแสหลัก ให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมซึ่งทั้งหมดไม่ใช่มุสลิมยอมรับ ขณะที่การบรรยายของผมเน้นไปทางเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคมากกว่าธุรกิจ ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคซึ่งเป็นมุสลิมปลอดภัยที่สุดทั้งด้านกายภาพและจิตวิญญาณ

ผมได้รับเชิญมาบรรยายเนื่องจากผู้จัดสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์ฮาลาลที่คาดกันว่าจะกลายเป็นอีกกระแสหนึ่งในอนาคต มีความจำเป็นต่อการรับรองฮาลาลที่ถูกต้อง เรามีตัวอย่างการรับรองค่อนข้างมากอย่างน้อยที่สุด 50,000 ตัวอย่างอาหารเราวิเคราะห์แล้ว กระทั่งทำ H numbers แทน E numbers แล้ว ทางกลุ่มเขายังไม่ได้เริ่มเลยแต่คิดว่าจะเริ่มด้วยการทำงานร่วมกับบริษัทด้านห้องปฏิบัติการระดับโลกอย่างเช่น Intertek, SGS และอื่นๆ หมายถึงก้าวเดินเข้าไปในจุดที่ประเทศไทยเคยผ่านมาแล้ว ในเรื่องนี้ดูเหมือนอินโดนีเซีย มาเลเซีย ปากีสถาน พากันคัดค้าน

ผมประเมินเอาเองว่าการมาร่วมประชุมฮาลาลครั้งนี้ให้ผลคุ้มค่า อย่างน้อยได้ทราบว่าการรับรองฮาลาลมีหลายกระแส มีผู้เล่นหลายรายเข้ามาแสดงบทบาท ประเทศที่น่าจับตาในส่วนกระแสทางธุรกิจโดยลดบทบาททางศาสนาลงคือยูเออี สหรัฐ ยุโรป ขณะที่กลุ่มประเทศเอเชียใต้ และอาเซียนยังให้ความสำคัญกับบทบาททางศาสนา น่าจับตาอินโดนีเซียที่ใน ค.ศ.2019 รัฐบาลจะเข้ามาคุมงานฮาลาล ดูว่าจะเดินไปในทิศทางไหน อย่างไรก็ตามชัยชนะตำแหน่งผู้ว่าการกรุงจาการ์ต้าของอานิส บาสึแวดัน อายุ 47 ปีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายศาสนาอิสลามเมื่อวันที่ 19 เมษายนสดๆร้อนๆที่มีเหนือคนจากฝ่ายการเมืองอาจทำให้อินโดนีเซียหันมามองกลุ่มศาสนามากขึ้น ก็ต้องดูกันต่อไป

อีกประเทศหนึ่งที่น่าสนใจคือเกาหลีใต้ ปรากฏว่าองค์กรรับรองฮาลาลที่เข้าร่วมประชุมไม่ใช่มุสลิมเพียงให้อิหม่ามมาเป็นที่ปรึกษา ประกาศด้วยว่าจะประสบความสำเร็จเหมือนซัมซุงเอาชนะไอโฟนมาแล้ว ส่วนประเทศไทยเราเป็นประเทศส่งออกอาหาร ต้องมองตลาดข้างนอกเป็นหลัก ในเมื่อสองแนวทางคือธุรกิจแข่งกับศาสนาอย่างนี้ ในความเห็นของผม ผู้บริโภคคือคำตอบ ศาสนาจึงยังเป็นแรงขับสำคัญ ในทั้งสองกระแสดูเหมือนวิทยาศาสตร์ฮาลาลยังได้รับความสนใจจากทั้งสองกลุ่ม ความได้เปรียบของประเทศไทยที่พัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลมาอย่างโดดเด่นจึงน่าจะอยู่ตรงนี้