ละหมาด 5 เวลาลดอาการปวดหลัง

ละหมาด 5 เวลาลดอาการปวดหลัง

มุสลิมละหมาดกันอย่างน้อยวันละ 5 เวลา ในการละหมาดนั้นไม่ใช่แค่สวดมนต์แต่มีท่าทางต่างๆ ประกอบ อยู่ด้วย เช่น ยืนตรง โค้งตัว คุกเข่า หมอบกราบ นั่งบน เท้า นั่งยืดหลัง มีการสวดมนต์เป็นภาษาอาหรับประกอบ ท่าทางที่เปลี่ยนไปตาม จังหวะเช่นนี้มีรายงานวิจัยออก มาว่าให้ผลดีต่อสุขภาพแผ่นหลังส่วนล่างหรือส่วนที่เชื่อม ต่อกับสะโพกที่เรียกกันว่าหลังช่วงล่าง (Lower Back) ดร.โมฮำามัด คาซอเนห์ (Mohammad Khasawneh) เป็นศาสตราจารย์ด้านวิทยาการระบบและวิศวอุตสาหการ มหาวิทยาลัยบิงแฮมตัน(Binghamton University) แห่งรัฐ นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกาและทีมวิจัยร่วมกันพัฒนาโปรแกรม คอมพิวเตอร์ศึกษาผลของการเคลื่อนไหวในท่าต่างๆของ ร่างกายที่มีต่อการยืดและคลายกล้ามเนื้อตามจุดต่างๆ ตลอด จนผลที่มีต่อกระดูก เส้นเอ็นทั่วร่างกาย จากนั้นนำามาศึกษา การเคลื่อนไหวด้วยท่าทางต่างๆระหว่างการละหมาดเทียบ กับการทำาโยคะและการทำากายภาพบำาบัด ผลงานวิจัยตี พิมพ์ในวารสาร The International Journal of Indus-trial and Systems Engineering ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สิ่งที่พบคือการเคลื่อนไหวท่าทางต่างๆ ส่งผลให้ระบบกระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อเกิดการคลายตัวซึ่งสามารถลดความเครียดของร่างกาย ตลอดจนความล้าของจิตใจได้ ทีมวิจัยระบุว่าเคยมีงานวิจัยทางด้านกล้ามเนื้อ โครงสร้างร่างกายและระบบประสาท (Neuro-musculoskeletal) ว่าความผิดปกติในระบบเหล่านี้ลดลงได้ด้วยการทำาโยคะและกายภาพบำาบัด ครั้งนี้ทำการ ศึกษาผลดีของการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ทำาในการละหมาด สิ่งที่พบคือการ ละหมาดจัดเป็นการรักษาสุขภาพอย่างหนึ่ง จุดที่ร่างกายได้รับการรักษาผ่านการละหมาดนั้นช่วยป้องกันปัญหาอาการเจ็บหลังช่วงล่าง (Low back pain) ได้

ทีมวิจัยพบว่าการเคลื่อนไหวจากการละหมาดช่วยป้องกันและรักษาอาการปวดหลังได้ดีกว่าวิธีการทางกายภาพบำาบัดซึ่งทาง National Institute for Occupational Safety and Health (NIOSH) safety limits กำหนดเป็น ค่าความปลอดภัยไว้ เนื่องจากให้ผลกระทบต่อกล้ามเนื้อและกระดูกน้อยกว่า โดย พบว่าท่าทางการโค้งตัวโดยใช้มือทั้งสองจับเข่าเช่นเดียวกับท่าทางละหมาดที่เรียกว่า “รูกัวะ” (Ruku) ช่วยลดอาการเจ็บหลังของผู้ป่วยได้ ผู้วิจัยยังแนะนำาให้หยุดอยู่ในท่าหมอบกับพื้นหรือท่า “ซูหยูด” (Sajjadh) ให้นานขึ้น เนื่องจาก มีส่วนช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ล้าจากการทำางานทั้งวัน ทีมวิจัยให้ข้อสรุปไว้อย่างนั้นมีงานวิจัยชิ้นอื่นๆกล่าวถึงผลดีของการกำาหนดเวลาละหมาด ตลอดจน ผลของการสวดมนต์สงบจิตในการละหมาดไว้ เมื่อนำาเรื่องท่าทางในการละหมาด ผสมผสานเข้ากับกำาหนดเวลาของการละหมาดและการสวดมนต์ นักวิจัยพบว่ามี ประโยชน์ที่จะได้รับจะยิ่งมีมากขึ้น ใครไม่เคยละหมาดควรลองทำาดู ทำาให้ถูกต้อง ก็แล้วกัน

โดย…รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน

กินอย่างไรไม่ให้ง่วง หลังมื้อกลางวัน

กินอย่างไรไม่ให้ง่วง หลังมื้อกลางวัน

            งานโหดสำหรับการบรรยายที่ผมเจอบ่อยๆ คือได้รับเชิญ ให้บรรยายในชั่วโมงหลังมื้ออาหารเที่ยง เพราะสิ่งที่มักเกิดขึ้นกับ บรรดาผู้ฟังบรรยายคืออาการ “หนังท้องตึง หนังตาหย่อน” ง่วงกันไปทั้ง ห้อง คำถามคือเหตุใดคนเราจึงง่วงกลางวันกันบ่อยนัก มีอาหารชนิด ไหนบ้างที่ช่วยป้องกันอาการง่วงที่ว่านี้ได้ เรื่องนี้นักวิทยาศาสตร์มัก เข้าใจผิดว่าความง่วงเป็นผลมาจากฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) ที่เพิ่มสูงขึ้นในเลือดเมื่อกินอาหารที่มีแป้งมาก ความเข้าใจที่ถูก คือเซโรโทนินแม้ทาให้สงบลงก็จริงแต่ไม่ได้ส่งผลถึงขนาดทาให้ง่วง อย่างที่เคยเข้าใจกันนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ชื่อ ดร.เดนิส เบอร์ดากอฟ (Denis Burdakov) ตีพิมพ์ผลงานวิจัยลงใน วารสาร Neuron ในเดือนพฤศจิกายน 2011 อธิบายว่าโอเร็กซิน (orexin) ซึ่งเป็นเซลล์ประสาทกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในสมองส่วนไฮโปธาลามัส ส่งสัญญานผ่านสารสื่อประสาทสองตัวที่ชื่อว่า “โอเร็กซิน/ ไฮโปเครติน”(orexin/hypocretin) ปลุกให้ร่างกายตื่นตัวกระทั่งเกิด การเผาผลาญพลังงานขึ้นมาได้ สิ่งที่ ดร.เบอร์ดากอฟและทีมงาน พบก็คือโปรตีนกระตุ้นการสร้างสารสองตัวนี้มากกว่าสารอาหาร ตัวอื่น อาหารกลางวันที่มีโปรตีนสูงจึงช่วยให้ตื่นตัวได้ดีกว่า ในการ ทดลองมีการใช้หนูซึ่งผ่านการตัดต่อยีนบางตัวส่งผลให้สารโอเร็กซิน/ ไฮโปเครตินเกิดการเรืองแสงขึ้นมาได้ในเลือด จากนั้นจึงทาการศึกษา ซึ่งพบว่าอาหารโปรตีนช่วยทาให้สารโอเร็กซิน/ไฮโปเครตินในสมอง เพิ่มขึ้นได้จริง ผลที่ตามมาคือร่างกายเกิดการตื่นตัวไม่ง่วงเหงา ทีมวิจัย พบว่าแป้งและน้าตาลทาหน้าที่ยับยั้งการสร้างโอเร็กซิน/ไฮโปเครติน จากเซลล์โอเร็กซินในสมอง คนที่กินแป้งมากการสร้างโอเร็กซิน/ไฮโป เครตินจึงลดลง ขณะเดียวกันสารเซโรโทนินในสมองยังเพิ่มขึ้น ผลที่ ตามมาคือคนท่ีกินแป้งมากจะเกิดอารมณ์สงบไม่กระฉับกระเฉง ขณะ เดียวกันก็เกิดอาการง่วงซึ่งเป็นผลมาจากสารโอเร็กซิน/ไฮโปเครติน ที่ลดลง ไม่ได้เป็นผลจากเซโรโทนินอย่างที่เคยเข้าใจกัน
         อาหารกลางวันมักมีแป้งสูง ทั้งในการประชุมมักนิยมใช้ขนมประเภท แป้งเป็นอาหารว่าง แม้จะมีชากาแฟเสริมให้ด้วยแต่บ่อยครั้งกลับไม่ช่วยสัก เท่าไหร่ นักวิจัยจึงแนะนำให้จัดอาหารกลางวันที่มีโปรตีนสูง ประเภทไข่หรือนม ซึ่งย่อยง่าย แทนที่จะเน้นไปที่แป้ง อาหารว่างยังแนะนำให้เป็นขนมปังกับไข่โดย ไม่แนะนาให้เป็นขนมปังกับแยม หรือประเภทเค้กที่เป็นแป้งล้วน การเสริมโปรตีน ช่วงอาหารกลางวันรวมทั้งการเสิร์ฟกาแฟร่วมกับอาหารว่างที่มีโปรตีนจากไข่ที่ ย่อยและดูดซึมง่ายจะช่วยให้กระฉับกระเฉงได้มากกว่า โดยสรุปคือหากไม่อยาก ง่วงเหงาหาวนอนหลังอาหารมื้อกลางวันเพียงแค่ปรับเปลี่ยนเมนูอาหารและ อาหารว่างให้เป็นโปรตีนจะช่วยให้ผู้ฟังบรรยายหายง่วงได้ ปัญหามีเพียงว่าเรา จะบังคับให้ผู้จัดงานเสริมโปรตีนให้ผู้ฟังมากขึ้นได้อย่างไร เรื่องอย่างนี้แหละท่ี เรียกว่าโหดของแท้

โครงการเข้าร่วมงานก​ารทูตเชิงเศรษฐกิจเพื่​อเพิ่มพูนศักยภาพในด้านการเกษตร และอุตสาหกรรมการเกษต​รและอาหารแปรรูปของไท​ย ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์

โครงการเข้าร่วมงานก​ารทูตเชิงเศรษฐกิจเพื่​อเพิ่มพูนศักยภาพในด้านการเกษตร และอุตสาหกรรมการเกษต​รและอาหารแปรรูปของไท​ย ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์

วันที่ 6 มิถุนายน 2559 คุณสุลิดา หวังจิ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ และคุณมนฤดี เข็มทำ เจ้าหน้าที่บริการการวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯเดินทางปฏิบัติงานเพื่อเข้าร่วมประชุมหารือกับสถาบันอาหารของประเทศเนเธอร์แลนด์ (Top Institute Food and Nutrition/TIFN) เมือง Wageningen Netherlandsเป็นสถาบันความร่วมมือภาครัฐ-เอกชนด้านการวิจัยเกษตรและอาหารซึ่งเป็น 1 ใน 9 สาขานวัตกรรมที่รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ (ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงกิจการเศรษฐกิจ)ให้ความสำคัญและเป็นส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุนของเนเธอร์แลนด์อย่างมีนัยสำคัญ และทางศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ เสนอข้อมูลการบริการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ มาตราฐานอุตสหกรรม ความปลอดภัยอาหารฮาลาล ผลิตภัณฑ์อาหาร การรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลของประเทศไทย

1314
คุณสุลิดา หวังจิ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ และคุณมนฤดี เข็มทำ เจ้าหน้าที่บริการการวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ เข้าศึกษาดูงานการวิจัยประยุกต์ด้านการเกษตร ของมหาวิทยาลัย Wageningen University and Research (WUR) สถาบันการศึกษาและวิจัยที่เป็นเลิศในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านอาหาร(ทางด้านโภชนาการ ความมั่นคงทางอาหาร  ความปลอดภัยทางอาหารและโลจิสติกส์ ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกด้านชีววิทยาศาสตร์  ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก และด้านบริหารจัดการ นโยบายส่งเสริมการนำนวัตกรรม และองค์คววามรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การให้ความรู้เกษตรกรกับนักวิจัยและการสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ และเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัย

17

18

วันที่ 7 มิถุนายน 2559: คุณสุลิดา หวังจิ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ และคุณมนฤดี เข็มทำ เจ้าหน้าที่บริการการวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯเดินทางเข้าศึกษาดูงานการปลูกพืชโรงเรือนที่ Demokwekerij Westland เพื่อศึกษาการเพาะปลูกโดยการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยในระบบการผลิตอุตสากรรมสมัยใหม่

34
คุณสุลิดา หวังจิ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศและคุณมนฤดี เข็มทำ เจ้าหน้าที่บริการการวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ เข้าศึกษาดูงานการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ที่บริษัท Axia seeds เพื่อศึกษาระบบการจัดการของผลิตภัณฑ์การเกษตร

40

คุณสุลิดา หวังจิ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศและคุณมนฤดี เข็มทำ เจ้าหน้าที่บริการการวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ เพื่อเข้าร่วมรับประทานอาหารเย็นที่บ้านพักของท่านอิทธิพร บุญประคอง เอกอัคราชฑูตประจำเนเธอร์แลนด์ นายนิษณะ ทวีพัพาณิชย์ อัครราชฑูตที่ปรึกษา (ฝ่ายพาณิชย์) และ ดร.มานพ สิทธิเดช อัครราชฑูตที่ปรึกษา (ฝ่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)พร้อมคณะเดินทางในครั้งนี้

43 44 45
วันที่ 8 มิถุนายน 2559:คุณสุลิดา หวังจิ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ และคุณมนฤดี เข็มทำ เจ้าหน้าที่บริการการวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯเดินทางเพื่อเข้าพบปะหารือและบรรยายโดยคุณสุลิดา หวังจิ ที่ปรึกษา ผอ. ฝ่ายต่างประเทศ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องฮาลาลของประเทศไทย การรับรอง มาตรฐานที่ใช้ในอุตสหกรรมฮาลาล การใช้ห้องปฏิบัติการ การนำเสนอข้อมูลบทบาทขององค์กรศาสนา และศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย โดยใช้แนวทางศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับ ให้กับหน่วยงานการรับรองฮาลาลของประเทศเนเธอร์แลนด์ (Halal correct certification Netherlands) ในการบรรยายครั้งนี้ท่านเอกอัครราชฑูตประจำเนเธอร์แลนด์เข้าร่วมฟังครั้งนี้ด้วย

52
วันที่ 9 มิถุนายน 2559:คุณสุลิดา หวังจิ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ และคุณมนฤดี เข็มทำ เจ้าหน้าที่บริการการวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯเดินทางเข้าร่วมงานนิทรรศการ Free from Food Expo 2016 RAI Amsterdam Netherlands โดยผู้จัดงานคือ Enterprise Europe Network Nederlandจัดงานที่ ฮอลล์ 4 และ 5 ณ ศูนย์จัดแสดงสินค้าและนิทรรศการ RAI Amsterdam กรุงอัมสเตอร์ดัม เป็นการแสดงผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป ปลอดสารพิษ อาหารเพื่อสุขภาพและอาหารเสริม จัดขึ้นเป็นครั้ง 4 และเป็นเวทีเดียวในยุโรปที่จัดในรูปแบบการสร้างเครือข่ายระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  ตลอดจนเป็นแหล่งรวมของผู้ซื้อและผู้ขายชาวต่างชาติทั้งในธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจอาหาร การจัดเลี้ยง กีฬา และธุรกิจเพื่อสุขภาพ ผู้ประกอบการสาขาอาหารในแถบยุโรป อาทิ เบลเยี่ยม โปแลนด์ นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ฝรั่งเศส สเปน ไอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร ประมาณ 220 บริษัท

66 62

 

ระบบมาตรฐานห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ISO/IEC 17025: 2017

ระบบมาตรฐานห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ISO/IEC 17025: 2017

ระบบมาตรฐานห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ISO/IEC 17025: 2017
คุณมนฤดี เข็มทำ ผู้อำนวยการบริหาร ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) แจ้งข่าวมาว่าการต่ออายุการรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ตามระบบ ISO/IEC 17025: 2017 ของ ศวฮ.ผ่านการต่ออายุการรับรองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาตรฐานนี้ ศวฮ.ได้รับการรับรองต่อเนื่องกันมานานเกินสิบปี ทั้งยังได้รับการรับรองระบบบริหารตามมาตรฐาน ISO 9001: 2015 พร้อมกันไปด้วย นับเป็นห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ไม่กี่แห่งในประเทศนี้ที่ได้รับการรับรองพร้อมกันสองมาตรฐาน
ต้องขอบคุณความทุ่มเทของนักวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการที่ช่วยกันรักษาคุณภาพและมาตรฐานไว้เป็นศักดิ์เป็นศรีให้กับงานการรับรองฮาลาลของประเทศไทย
ท่าเรือลอยฟ้า

ท่าเรือลอยฟ้า

 

ท่าเรือไม่ว่าจะเป็นท่าที่ประเทศไหนน่าจะอยู่บนบกบริเวณที่ติดอยู่กับน้ำ หรือไม่ก็ต้องอยู่ในน้ำเพื่อให้เรือที่แล่นไปมาสามารถเข้าเทียบจอดและขนถ่าย คนหรือสินค้าหรืออะไรก็ตามที่อยู่ในเรือให้ออกจากเรือโดยจะขึ้นบนฝั่งหรือย้ายไปยังเรืออีกลำหนึ่งก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ท่าเรือที่ว่านั้นทั้งหมดล้วนเป็นท่าเรือปกติ ส่วนท่าเรือที่จะเขียนถึงนี้กลับลอยอยู่บนฟ้า เชื่อมติดอยู่กับบอลลูนที่สามารถรองรับการขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักขนาด มหาศาลได้ ท่าเรือประหลาดที่ว่านี้เป็นแนวคิดของนายเจเรมี ไวเลย์ (Jeremy Wiley) ผู้จัดตั้งบริษัท Tethered Air แห่งสหรัฐอเมริกา

ในเชิงเศรษฐกิจ การขนส่งสินค้าจำนวนมหาศาลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง หากจะให้ประหยัดกันถึงที่สุดเห็นทีจะเป็นการขนส่งทางเรือข้ามจากมหาสมุทร หนึ่งไปอีกมหาสมุทรหนึ่ง เพราะขนส่งไปได้ไกลไม่จำเป็นต้องสร้างระบบขนส่งทางถนนหรือระบบรางให้สิ้น เปลือง สินค้าจำนวนมากมายสามารถขนส่งจากประเทศหนึ่งผ่านมหาสมุทรหรือทะเลไปยังอีก ประเทศหนึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศต้นทางหรือปลายทาง ท่าเรือล้วนแสดงบทบาทสำคัญทางด้านการขนส่งที่ว่านี้ทั้งนั้นเพราะเป็นต้นทาง และปลายทางที่สินค้าจะถูกนำเข้าและออกจากเรือ เรือยิ่งลำใหญ่ ยิ่งบรรทุกน้ำหนักได้มากก็ยิ่งกินน้ำลึก การสร้างท่าเรือจึงใช้ทุนมหาศาลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ยอมให้เรือสินค้า ขนาดใหญ่เข้าจอดเทียบท่าได้ จากนั้นจึงใช้เครนยักษ์ขนสินค้าเข้าและออกจากเรือ ลงทุนในเรื่องการสร้างท่าเรือกันมากมายหาศาลแล้วยังต้องก่อสร้างระบบถนนและ โลจิสติกส์เชื่อมท่าเรือเข้ากับเมืองและแหล่งอุตสาหกรรมต้องหมดทุนลงอีกมาก ทั้งทำเลที่ตั้ง ทั้งเงินลงทุน ทั้งแหล่งอุตสาหกรรมที่พรั่งพร้อมอย่างนี้เองที่ทำให้ท่าเรือสำคัญๆในโลกนี้ มีอยู่จำกัด ไม่ใช่ว่าประเทศไหนๆเพียงแค่มีเงินก็สามารถมีท่าเรือดีๆกับเขาได้

ปัญหาใหญ่ของเรือขนส่งสินค้าคือศักยภาพในการขนถ่ายสินค้าเข้าและออกจากเรือ ส่วนใหญ่ใช้เครนขนาดใหญ่ให้ทำหน้าที่นี้กันทั้งนั้น อีกทั้งจะต้องมีสถานที่เก็บตู้สินค้าที่มีจำนวนนับพันนับหมื่นตู้ การสร้างท่าเรือดีๆสักแห่งจึงใช้เงินลงทุนมหาศาล ขนาดประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศส่งออกสำคัญยังมีท่าเรือดีๆไม่กี่แห่ง อย่างที่กรุงเทพฯ แหลมฉบัง และที่สงขลา ซึ่งอยู่ทางด้านอ่าวไทยทั้งนั้น ในขณะที่มหาสมุทรใหญ่อย่างอินเดีย ประเทศไทยไม่มีท่าเรือระดับท่าเรือน้ำลึกในบริเวณนี้เลยแม้แต่แห่งเดียว ประเทศไทยเคยวางแผนที่จะมีท่าเรือน้ำลึกดีๆสักแห่งบริเวณทะเลอันดามันเพื่อ จะได้ไม่ต้องพึ่งพาบริการจากท่าเรือปีนังหรือท่าเรือกลังของมาเลเซีย รัฐบาลมีแนวคิดที่จะสร้างท่าเรือที่ปากบารา จังหวัดสตูลเพราะเป็นเขตน้ำลึก มีความเหมาะสมทุกประการ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาทางสร้างไม่ได้ ด้วยเหตุผลที่ฝ่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่พากันต่อต้านบอกไว้ว่าท่าเรือแห่ง นี้ทำลายสิ่งแวดล้อมมากเกินไป หากในที่สุดสร้างไม่ได้เห็นทีจะต้องใช้แนวคิดของนายไวเลย์เป็นคำตอบแล้วล่ะ ครับเพราะไม่ต้องสร้างท่าเรือ อีกทั้งไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำได้อย่างนี้นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอาจไม่ต่อต้านเลยก็ได้

วิธีของนายไวเลย์คือจัดหาบริเวณชายฝั่งที่มีความเหมาะสมต่อการจอดเรือ ไม่มีคลื่นลมมากนักจากนั้นจึงสร้างเครนหุ่นยนต์ขนาดยักษ์เชื่อมโยงสายเคเบิล เข้ากับบอลลูนที่ลอยตัวอยู่เหนือผิวทะเล โดยต้องเป็นบอลลูนที่สามารถรับน้ำหนักได้มหาศาล เมื่อเรือจอดสนิทแล้วจึงจัดการนำเครนหุ่นยนต์เหล่านั้นดึงตู้สินค้าออกจาก เรือก่อนที่จะขนส่งไปยังฝั่งจุดใดจุดหนึ่งที่เตรียมไว้หรืออาจจะเป็นหลายจุด ก็ยังได้ ขึ้นกับความสามารถของชายฝั่งที่จะรองรับสินค้า การขนส่งสินค้าขึ้นเรือจะใช้วิธีการเดียวกันนั่นคือใช้เครนยกสินค้าจากฝั่ง ขึ้นไปบนเรือ วิธีการเช่นนี้ทำให้ไม่จำเป็นที่เรือจะต้องจอดเทียบท่าเรือ ลดค่าใช้จ่ายทางด้านการสร้างท่าเรือไปได้มากโข ส่งผลให้ราคาค่าขนส่งลดลง เป็นวิธีการลดค่าใช้จ่ายทางด้านโลจิสติกส์ได้มาก ทำให้ประสิทธิภาพในการแข่งขันของบริษัทและของประเทศเพิ่มขึ้นได้ ระบบท่าเรือลอยฟ้าที่ว่านี้ ทั้งติดตั้งง่ายถอดถอนง่าย สามารถเคลื่อนย้ายไปบริเวณไหนๆก็ได้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปอีก หากต้องการขนส่งสินค้าไปทางภาคใต้ของประเทศไทยแทนที่จะต้องส่งเข้ากรุงเทพฯ หรือแหลมฉบังก่อนเพราะใช้ท่าเรือสงขลาขนส่งสินค้าบางชนิดเสี่ยงเกินไป สินค้าขึ้นฝั่งที่กรุงเทพฯหรือแหลมฉบังแล้วยังต้องขนโดยระบบถนนหรือระบบราง ส่งไปยังภาคใต้ สิ้นเปลืองงบประมาณด้านโลจิสติกส์หลายซับหลายซ้อนอย่างนี้ท่าเรือลอยฟ้าชั่ว คราวเสนอตัวที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา

วิธีการที่นายไรเลย์คิดคือจัดการติดตั้งท่าเรือลอยฟ้าชั่วคราวไว้ไม่ไกล จากบริเวณที่ต้องการส่งสินค้า โดยหาชายฝั่งที่น้ำลึกพอและคลื่นลมสงบในการขนส่งสินค้า หรืออาจจะติดตั้งท่าเรือเล็กที่ใช้กันคลื่นกันลม ไม่ต้องถึงขนาดลงทุนสร้างท่าเรือกันใหญ่โตตามแนวคิดแบบเก่า เพียงเท่านี้ก็ได้ท่าเรือลอยฟ้าไว้ใช้ขนส่งสินค้าไม่ไกลจากจุดหมายที่ต้องการแล้ว บอลลูนที่ลอยอยู่บนฟ้าไม่จำเป็นต้องสูงมากนักเอาแค่ความสูงของบอลลูนที่ใช้ ในการถ่ายทอดเกมส์ฟุตบอลเท่านั้น จากนั้นเชื่อมโยงเข้ากับเคเบิลสี่เส้นที่เชื่อมเข้ากับสินค้า การขนส่งโดยอาศัยเคเบิลทั้งสี่เส้นที่ว่านี้ใช้กลไกการทำงานของหุ่นยนต์ ทำให้ตู้สินค้าเคลื่อนที่ไปมาในกรอบของเคเบิลทั้งสี่เส้น หากจะว่ากันไปแนวคิดนี้ไม่ได้เป็นแนวคิดใหม่ โดยทหารสหรัฐใช้ในการขนส่งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ระหว่างสงครามอิรักครั้งแรก เพียงแต่ต้องปรับปรุงศักยภาพให้เพิ่มขึ้นเท่านั้น ราคาค่าก่อสร้างท่าเรือลอยฟ้าลักษณะนี้เพียงแค่ 210-300 ล้านบาท เมื่อสร้างขึ้นแล้วยังสามารถใช้งานไปได้หลายปี คิดอยากจะย้ายเมื่อไหร่ก็ย้ายได้ เทียบกับราคาค่าก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกก็บอกได้เลยว่าประหยัดค่าก่อสร้างได้ หลายหมื่นล้านบาท เรือขนส่งสินค้าที่จะเข้ามาใช้บริการอาจต้องดำเนินการทีละลำหรือทำได้ไม่มาก เท่ากับท่าเรือของแท้ แต่การขนส่งทำได้รวดเร็ว หากบริหารจัดการดีๆ ความแตกต่างจากท่าเรือน้ำลึกแทบจะไม่มีให้เห็นเลย เรื่องนี้ยังเป็นแค่แนวคิดที่นายไรเลย์มั่นใจว่าสามารถทำได้ และมีตัวอย่างให้เห็นกันมาก่อนแล้ว โดยยังไม่มีการนำมาใช้ในด้านการพาณิชย์จริงๆ หากประเทศไหนในอาเซียนคิดจะทำก็น่าจะทำได้ ยกเว้นแต่ประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งในช่วงเวลานี้ไม่ควรคิดอะไรใหม่ แค่คิดเลิกทะเลาะกันให้ได้ก็น่าจะพอแล้ว

 

บทความโดย รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน
07 เมษายน 2557

ธนาคารอุจจาระ เกิดขึ้นแล้วในโลก

ธนาคารอุจจาระ เกิดขึ้นแล้วในโลก

 

ธนาคารเลือด (Blood Bank) หรือธนาคารที่เก็บรักษาเลือดจากผู้บริจาคไว้รอเปลี่ยนถ่ายให้แก่ผู้ป่วยหรือ ผู้บาดเจ็บที่ต้องการเลือด พวกเรารู้จักดีกันอยู่แล้ว ธนาคารอวัยวะ (Organ Bank) ซึ่งเป็นธนาคารที่เก็บรักษาอวัยวะชนิดต่างๆที่มีผู้บริจาคไว้เพื่อรอเปลี่ยนถ่ายให้กับผู้ป่วยที่ประสงค์จะได้รับอวัยวะเพื่อทดแทนอวัยวะของตนเอง พวกเราก็รู้จักกันดีอีกเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ไม่น่าจะมีใครรู้จักธนาคารอุจจาระ (Stool Bank หรือ Feces Bank) ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรอการเปลี่ยนถ่ายอุจจาระให้แก่ผู้ป่วยที่ต้องการอุจจาระใหม่อย่างแน่นอน อาจไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะมีธนาคารพิเรนทร์ลักษณะนี้อยู่ในโลก

พวกเราส่วนใหญ่คงไม่เคยคิดว่าปัจจุบันอุจจาระของคนปกติที่ไม่มีปัญหาโรคทางเดินอาหารเลย ไม่กินยาปฏิชีวนะที่ทำลายสุขภาพของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่จะกลายเป็นสินทรัพย์ไปได้ ใครจะไปคิดว่าอุจจาระที่คนส่วนใหญ่มองว่าแทบไม่มีค่าอะไรเลยนอกจากจะมีบางหน่วยงานเท่านั้นที่นำเอาไปทำปุ๋ย ถึงวันหนึ่งจะกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามหาศาล อาจเป็นไปได้ด้วยซ้ำว่าในอนาคตอุจจาระจะกลายเป็นสินค้าที่คนบางคนนำเอาไปขาย เหมือนที่มีบางคนเที่ยวเร่ขายเลือดหรืออวัยวะกันในวันนี้ อะไรที่ไม่เคยเชื่อเห็นทีจะเชื่อได้แล้วว่าเรื่องอย่างนี้มันมีทางที่จะเป็นไปได้จริงๆ

ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่ามีอะไรดีในอุจจาระจึงทำให้มีคนคิดตั้งธนาคารอุจจาระขึ้นมาเหมือนธนาคารอวัยวะยังไงยังงั้น ครั้งที่สอนหนังสือวิชาทางด้านสรีระวิทยาโภชนาการ ผมถามนิสิตที่เรียนอยู่บ่อยๆว่าอุจจาระของคนเราประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เกือบร้อยละร้อยจะตอบว่าเนื้ออุจจาระส่วนใหญ่คือใยอาหารที่มาจากอาหารที่ร่างกายย่อยไม่ได้ทำให้ต้องขับออกมากับอุจจาระ นอกจากนิสิตนักศึกษาจะเข้าใจอย่างนั้นแล้วคนทั่วไปมักตอบในลักษณะเดียวกัน สรุปเอาเป็นว่ามีคนน้อยมากที่รู้ว่าในเนื้ออุจจาระนั้นส่วนใหญ่คือมวลแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ไม่ใช่ใยอาหารอย่างที่เคยเข้าใจกัน

ร่างกายของมนุษย์เราเป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต เกือบพันชนิด มีอยู่ประมาณ 400 ชนิดที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ทั้ง 400 ชนิดที่ว่านี้แต่ละชนิดมีปริมาณมหาศาลนับเป็นจำนวนเซลล์รวมกันแล้วได้ มากกว่าเซลล์ของร่างกายถึงสิบเท่าหรือมีกว่าร้อยล้านล้านเซลล์ อาศัยในร่างกายมนุษย์ในลักษณะพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ที่ว่านี้เรียกกันในชื่อรวมๆว่านอร์มอลฟลอร่าบางครั้ง เรียกกันว่า “โปรไบโอติกส์” (Probiotics) อาศัยในกระเพาะอาหารเจริญเติบโตด้วยเศษอาหารที่เหลือจากระบบย่อยอาหารใน กระเพาะและสำไส้เล็ก เกือบทั้งหมดเป็นกากใยจากอาหารที่ร่างกายมนุษย์ย่อยไม่ได้ กากใยเหล่านี้มีอยู่ส่วนหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำกับบาง ส่วนที่เป็นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ โดยใยอาหารเหล่านี้จะเป็นอาหารให้กับแบคทีเรีย เมื่อแบคทีเรียย่อยใยอาหารแล้วก็ถ่ายของเสียที่เป็นกรดตัวเล็กๆที่เป็น ประโยชน์ต่อสุขภาพของทางเดินอาหาร

แบคทีเรียพวกโปรไบโอติกส์เจริญเติบโตได้รวดเร็ว หลายส่วนตายลงทิ้งซากทับถมไว้รวมกับบางส่วนที่ไม่ตายต่างถูกขับออกจากร่างกายกลายเป็นมวลอุจจาระ แบคทีเรียเหล่านี้นอกจากจะสร้างอุจจาระที่ทำให้ระบบขับถ่ายของมนุษย์ทำงานดีขึ้นแล้วมันยังทำหน้าที่ต้านทานโรคที่เกิดจากแบคทีเรียหรือไวรัสชนิดก่อโรค เป็นระบบต้านทานโรคที่สำคัญมากในร่างกายมนุษย์ แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ส่วนที่ยังมีชีวิตและถูกขับออกมากับอุจจาระจึงมีคุณค่า มหาศาลกระทั่งถูกจัดให้เป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่สามารถเปลี่ยนถ่ายให้กับคน อื่นๆที่มีปัญหาขาดแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ เรื่องราวของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่จึงเป็นไปได้ถึงขนาดนั้น

นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ยุคใหม่ๆ พบว่าผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมีปัญหาความผิดปกติ ในระบบทางเดินอาหารมีความเสี่ยงต่อมะเร็งทางเดินอาหาร ผู้ป่วยบางกลุ่มเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วนรวมทั้งโรคอีกหลายโรค วิธีการรักษาง่ายๆคือนำเอาแบคทีเรียจากลำไส้ใหญ่ของคนปกติเปลี่ยนถ่ายเข้าไป ในลำไส้ใหญ่ของผู้ป่วยเพียงเท่านี้ผู้ป่วยก็มีอาการดีขึ้นได้แล้ว เป็นความรู้ใหม่ทางการแพทย์ที่พัฒนาขึ้นมาได้เมื่อต้นศตวรรษที่ 21 นี้เอง

บริษัท OpenBiome (OB) ตั้งสำนักงานอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสสาชูเส็ตต์ สหรัฐอเมริกา เชี่ยวชาญทางด้านแบคทีเรียลำไส้ใหญ่ รู้ว่าชนิดไหนทำหน้าที่อะไร กลุ่มไหนให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ทาง OB สะสมแบคทีเรียจากอุจจาระของผู้บริจาคนำมาเพาะเลี้ยงสร้างประชากรแบคทีเรีย ที่มีคุณภาพจากนั้นจึงจำหน่ายไปยังโรงพยาบาลที่ต้องการเปลี่ยนถ่ายแบคทีเรีย ลำไส้ใหญ่ให้กับผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ ติดเชื้อ Clostridium Difficile ที่รุนแรงถึงขนาดคร่าชีวิตได้

สามเดือนนับแต่เดือนกันยายน 2013 ถึงเดือนธันวาคม 2013 ทาง OB ส่งตัวอย่างแบคทีเรียแช่แข็งจำนวน 135 ตัวอย่างให้กับ 13 โรงพยาบาลในสหรัฐอเมริกาช่วยชีวิตผู้ป่วยด้วยโรคแบคทีเรียที่ว่านั้นด้วยการ เปลี่ยนถ่ายแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ที่เรียกกันว่า poop transplant ไปแล้วนับร้อยราย ในสหรัฐอเมริกาแต่ละปีมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคจากแบคทีเรีย Clostridium Difficile ประมาณ 14,000 ราย การศึกษาในปี 2011 พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับแบคทีเรียหรือโปรไบโอติกส์ผสมที่สะอาดในรูปแคปซูลหรือ โดยการเปลี่ยนถ่ายโดยการเพาะโดยตรงเข้าในลำไส้ใหญ่สามารถรอดชีวิตไม่น้อย กว่าร้อยละ 92 นับว่าได้ผลจริงๆ

ไม่นานมานี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือเอฟดีเอของสหรัฐอเมริกา อนุญาตให้ OB ผลิตยาแคปซูลที่ผลิตขึ้นจากแบคทีเรียลำไส้ใหญ่ของคนที่มีสุขภาพดีออกวาง จำหน่ายในรูปของยาแล้ว มีคนทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตามหากจะว่าไปแล้วเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะญี่ปุ่นพัฒนานมเปรี้ยวที่มีแบคทีเรียจากอุจจาระของคนญี่ปุ่นวางจำหน่าย มานานกว่าสี่สิบปีแล้ว เพียงแต่แบคทีเรียกลุ่มใหม่จาก OB มีพัฒนาการสูงขึ้นไปอีกหลายขั้น ให้ประโยชน์ทางด้านการรักษาผู้ป่วยมากกว่านมเปรี้ยวของญี่ปุ่นหลายเท่า

มาถึงวันนี้ใครจะไปเชื่อว่าคนเราต้องมานั่งกินอุจจาระของคนอื่นในรูปของยา เพื่อรักษาสุขภาพทางเดินอาหารของตนเอง แม้ไม่อยากจะเชื่อแต่ขอให้ทราบเถิดว่าเรื่องเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว และธนาคารอุจจาระอย่างที่บอกก็เกิดขึ้นมาแล้วจริงๆในสหรัฐอเมริกา เป็นธนาคารอุจจาระแห่งแรกในโลก

 

บทความจาก รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน
4 เมษายน 2557