ปวดในที่นี้หมายถึงอาการปวดที่เกิดขึ้นกับร่างกายเท่านั้นไม่รวมปวดที่เกิดขึ้นกับจิตใจ ปวดในส่วนของร่างกายดูเหมือนจะไม่มีใครชอบ เพราะปวดแล้วทรมาน อยากจะหายไวๆ ปวดบางชนิดเกิดขึ้นประเดี๋ยวประด๋าวจึงจะหายไป แต่ปวดบางอย่างเกิดเรื้อรังยาวนานเป็นเดือนเป็นปี ปวดเรื้อรังอย่างนั้นเป็นยิ่งกว่าทรมาน หลายคนเข้าใจว่าอาการปวดให้ประโยชน์มากกว่าโทษ ไม่อย่างนั้นร่างกายก็คงไม่สร้างกลไกนี้ขึ้นมาให้เป็นการทรมานตนเองปล่าวๆ

ปวดเป็นกลไกที่ร่างกายใช้เตือนตนเองว่าบริเวณแถบที่ปวดนั้นมีปัญหา จำเป็นต้องหาทางเลี่ยงหรือทุเลาอาการลง หาไม่แล้วอาจจะเกิดภัยใหญ่หลวงต่ออวัยวะที่เป็นปัญหาได้ ตัวอย่างที่เห็นกันง่ายๆ คือเมื่อร่างกายเจอะเจอความร้อนที่อาจทำอันตรายต่อร่างกายความรู้สึกประการแรกที่เกิดขึ้นคือหาทางหลบเลี่ยงจากอาการปวดและระหว่างการเยียวยาบาดแผล อาการปวดจะช่วยให้อวัยวะได้พักเพื่อบาดแผลจะได้หายไวๆ

ยังมีอีกหลายตัวอย่างที่แสดงให้เห็นประโยชน์ของอาการปวดเป็นต้นว่าอาการปวดที่พบในโรคหลายโรคที่เจอบ่อยๆ คือเบาหวาน ,มะเร็ง ที่ไม่ค่อยเจอมากนักในยุคปัจจุบันคือโรคเรื้อน ทั้งเบาหวาน ทั้งโรคเรื้อน มีอาการที่คล้ายกันอย่างหนึ่งคือ ปลายประสาทเกิดปัญหาทำให้ทำงานตอบสนองอาการปวดไม่ได้ ปัญหาที่ตามมาคือ การขาดความระมัดระวังปกป้องอวัยวะที่มีปัญหาที่ว่านั้น

คนที่เป็นเบาหวานเรื้อรังกระทั่งเกิดปัญหาแทรกซ้อนปลายประสาทเสื่อม แทนที่จะเกิดอาการปวดเพื่อช่วยปกป้องอวัยวะร่างกายกลับไม่รู้สึก ปลายประสาทเสื่อมสภาพกระทั่งส่งสัญญาณไปยังสมองไม่ได้ ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกถึงอาการปวด บาดแผลที่อวัยวะจึงลุกลามกระทั่งติดเชื้อรุนแรงทำให้ต้องตัดมือตัดเท้าไปในที่สุด

กรณีของโรคเรื้อนก็เช่นเดียวกัน อวัยวะไม่ตอบสนองต่อการเจ็บปวดทำให้ส่งสัญญาณไปยังสมองไม่ได้ ท้ายที่สุดกการไม่ระมัดระวังต่อปัญหาทำให้เกิดการติดเชื้อที่อวัยวะต่างๆ แผลเรื้อรังรุนแรงกระทั่งทำให้ต้องสูญเสียอวัยวะเหล่านั้นไปทีละส่วน เกิดอาการจมูกแหว่ง , หน้าแหว่ง, แขนแหว่ง , ขาแหว่ง อย่างที่ผู้ป่วยโรคเรื้อนเป็นกัน อาการปวดช่วยป้องกันความสูญเสียที่ว่านี้ได้จึงให้คุณมากกว่าให้โทษ

แต่อาการปวดบางชนิดปัญหาหายไปแล้ว แต่อาการปวดยังคงอยู่ บางชนิดแม้มีประโยชน์แต่แพทย์หรือยาสามารถดูแลอาการแทรกซ้อนได้ ดังน้น อาการปวดที่เกิดเรื้อรังกระทั่งกระทบต่อศักยภาพของการทำงานหรือการใช้ชีวิต ผู้ป่วยอยากให้อาการประเภทนี้หายไปทั้งนั้น เพื่อตนเองจะได้สามารถมีชีวิตอย่างปกติสุข อาการปวดประเภทหลังนี้หากหาหนทางรักษาหรือบรรเทาอาการได้ก็น่าจะต้องทำ วิธีการทางการแพทย์ที่นิยมใช้กันคือการใช้ยาแก้ปวดในการบำบัดรักษา อย่างเช่น การใช้มอร์ฟีนซึ่งเข้าไประงับอาการที่ปวดสมองให้ตอบสนองต่ออาการปวดช้าลง เวลาปวดขึ้นมาทีก็ฉีดยาสักที ช่วยเบาเทาอาการได้เป็นครั้งเป็นคราว วิธีการอย่างนี้แม้จะดีแต่แพทย์หลายกลุ่มยังไม่พอใจ

นักวิจัยทางด้านไอซีที หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศแห่ง National ICT Australia (NICTA) พัฒนาไมโครชิบพิเศษพร้อมโปรแกรมขึ้นเพื่อยับยั้งอาการปวดเรื้อรังที่ว่านี้เป็นการเฉพาะ วิธีการฝังไมโครชิปพิเศษไว้ในบริเวณสันหลังซึ่งเป็นทางผ่านที่กระแสประสาทต้องส่งผ่านไปยังสมอง อย่างเช่น อาการปวดเรื้อรังหรือปวดขาเรื้อรัง ระบบประสาทจะตอบสนองต่ออาการปวดก่อนส่งสัญญาณที่ว่านั้นไปยังสมอง ผ่านทางเส้นประสาทหลักที่ทอดไปตามกระดูกสันหลัง

ไมโครชิปที่ว่านี้ภายในมีวงจรจิ๋วที่มีขนาดเล็กกว่าหัวไม้ขีดระบบหล่อเลี้ยงด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ที่ติดตั้งอยู่ภายในเครื่องโปรเซสเซอร์ของคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายนอกร่างกาย ส่งผ่านพลังงานผ่านระบบวิทยุเข้าไปยังไมโครชิป เป็นระบบไร้สาย ว่ากันอย่างนั้น

ไมโครชิปที่ว่านี้สามารถจับสัญญาณที่ผ่านมาตามเส้นประสาทส่วนกลางบริเวณกระดูกสันหลังได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถแยกแยะได้ว่าสัญญาณที่ผ่านมาเป็นสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดบริเวณที่เป็นปัญหาหรือไม่ หากจบได้ว่าเป็นกระแสประสาทส่งผ่านความเจ็บปวดไปยังสมอง ไมโครชิปจิ๋วจะส่งกระแสไฟฟ้าขนาด 10 โวต์ซึ่งสามารถหยุดย้งการเดินทางของกระแสประสาทได้ เมื่อกระแสไปไม่ถึงสมองอาการเจ็บปวดก็ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ ความรู้สึกเจ็บปวดจะหายไปเฉยๆ

การทำงานของไมโครชิปจิ๋วที่เกิดขึ้นโดยผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวประสิทธิภาพการทำงานในชีวิตประจำวันจึงปกติ สามารถเดินเหินไปไหนต่อไหนหรือแม้กระทั่งทำงานได้อย่างที่หวัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยทุกคนต้องการ ไม่มีใครอยากจะนอนป่วยร้องครวญครางให้เป็นที่เวทนาของคนรอบข้างหรอก เครื่องมือหยุดปวดเรื้อรังของทาง NICTA จึงเป็นเสมือนฝันที่ผู้ป่วยเรียกหากันมานาน นอกจากจะช่วยให้หายปวดแล้วยังช่วยประหยัดเงินค่าจ้างพยาบาล, ค่ายา, ค่าแพทย์ และอีกจิปาถะ ช่วยลดปัญหาความเครียดของทั้งผู้ป่วยและญาติพี่น้องได้อีกต่างหาก

ปัญหาที่วงการแพทย์ยังคงเป็นห่วงคือ เมื่อสัญญาณความเจ็บปวดสูญหายไป สมองถูกหลอกว่าไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น สิ่งที่เป็นผลตามมาจึงเป็นคล้ายอาการที่เกิดในผู้ป่วยเบาหวานและโรคเรื้อนนั่นคืออาจจะเกิดปัญหาบานปลายจนเกินเยียวยาก็ได้ เหตุนี้เองก่อนที่จะทำการฝังไมโครชิปไว้ในร่างกายผู้ป่วย ทีมแพทย์ต้องมั่นใจให้ได้ก่อนว่าปัญหาที่เป็นสาเหตุความปวดของผู้ป่วยจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีอยู่

ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ถึงอย่างไรก็สู้ระบบชีวภาพภายในร่างกายมนุษย์ไม่ได้ การทำงานของไมโครชิปจิ๋วของทาง NICTA จึงจำเป็นต้องควบคู่ไปกับการช่วยเหลือของแพทย์ตัวจริงเสียงจริง หากในที่สุดเครื่องมือทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทาง NICTA จะพัฒนาอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อดูแลปัญหาปวดไปทีละจุด

ใครจะไปรู้ว่ามนุษย์ยุคต่อๆไป คนกลุ่มหนึ่งที่คุ้นเคยกับอุปกรณ์ไมโครชิปจิ๋วเป็นอย่างดี อาจจะไม่รู้จักกับอาการเจ็บปวดเลยก็ได้ ถึงวันนั้นแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนเหล่านั้นจะรู้จักความสุขอย่างที่เรารู้จักกันหรือปล่าว เพราะรู้ๆกันอยู่ว่าความสุขความทุกข์นั้นเป็นความรู้สึกสัมพัทธ์ ความสุขแท้จริงเกิดขึ้นได้เมื่อความทุกข์มลายไป แต่เมื่อไม่มีทุกข์จากความเจ็บปวดทรมานอยู่ก่อน คนประเภทที่ไม่เคยเจ็บปวดอะไรเลย นึกไม่ออกว่าคนกลุ่มนี้จะสุขได้อย่างไร