4884__19122006084613

“โอกาสแรกที่ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  รู้สึกกังวลมากเนื่องจากมีบางสิ่งที่เราไม่สามารถปฏิบัติได้เพราะขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม อย่างเช่นการกราบ ผมอึดอัดมากเพราะกลัวพระองค์ท่านจะไม่เข้าพระทัย และเกรงว่าผู้อื่นจะคิดว่าเราไม่มีสัมมาคารวะ ไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติ ระหว่างที่แอบซ่อนความกังวลอยู่ลึก ๆ นั้น ดูเหมือนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงล่วงรู้ในใจของผม จึงตรัสกับผมให้ทุกคนได้ยินด้วยว่า “ให้ทำตัวตามสบายอย่ากังวล ศาสนาเป็นเรื่องสำคัญอะไรที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ หรือถ้ามีพิธีกรรมใดของทางราชการที่ขัดต่อหลักการอิสลามก็ละเว้นได้ โดยให้รองประธานไปปฏิบัติแทน”

         ผมรู้สึกว่าความทุกข์ในใจถูกปลดปล่อยในทันที เหมือนยกภูเขาออกจากอก น้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้งในพระเมตตา พร้อม ๆ กับรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งว่า ทำไมพระองค์จึงเข้าพระทัยในหลักการของศาสนาอิสลามได้อย่างลึกซึ้งถึงเพียงนี้”

“ใจพองโต”

           “ครั้งที่นำประธานรัฐสภาอิหร่านเข้าเฝ้าเป็นครั้งที่ประทับใจที่สุด พระองค์ท่านทรงรอบรู้อย่างลึกซึ้งถึงเรื่องราวของมุสลิม

           ทรงคุยถึงเรื่องนิกายชิอะห์  เรื่องประวัติศาสตร์การเข้ามาตั้งถิ่นฐานของมุสลิมในประเทศไทย แล้วท่านยังลึกซึ้งไปถึงเม็ดถั่วที่เวลาคนเค้าไปอิหร่านเค้าจะซื้อกัน ท่านตรัสว่าปลูกที่ภาคนั้นของอิหร่านและบอกด้วยว่าทานแล้วดียังไง หนึ่งชั่วโมงที่พระเจ้าอยู่หัวของเรานำคุยสนทนาในเรื่องของประเทศอิหร่านมากกว่าคนอิหร่านเองด้วยซ้ำไป  

          พอเข้าเฝ้าเสร็จแล้วประธานรัฐสภาของอิหร่านบอกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความรอบรู้มากในประเทศของข้าพเจ้า  ทรงเป็นพระประมุขที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง  ผมหัวใจพองโตด้วยความปลื้มใจและตัวเองก็พลอยได้รับความรู้ไปด้วย” 

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา        

อดีตประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร

จากหนังสือ”สถาบันพระมหากษัตริย์กับมุสลิมในแผ่นดินไทย”โดย ศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ขอขอบคุณ สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ news.muslimthaipost.com