เมื่อสามสิบกว่าปีก่อนมีงานวิจัยค้นพบว่า วัตถุเจือปนอาหาร(food additive)บางชนิดทำให้เกิดอาการไฮเปอร์แอคทีฟในเด็ก (1) และเมื่อห้าปีที่แล้วนักวิทยาศาสตร์ก็ได้วิจัยพบว่า สีผสมอาหารและวัตถุกันเสียทำให้เด็กในวัยเตาะแตะ(1-3 ปี)มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป งานวิจัยของ UK’s Asthma & Allergy Research Centre ได้ข้อสรุปว่า อาหารที่ปราศจากวัตถุเจือปนอาหารจะให้ประโยชน์แก่เด็กๆมากกว่า

งานวิจัยนี้ได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ของสีผสมอาหารและวัตถุกันเสียกับการเปลี่ยนแปลงอารมณ์และพฤติกรรมของเด็ก โดยได้วิจัยกลุ่มเด็กอายุ 3 ปี จำนวน 227 คน โดยสองสัปดาห์แรกให้เด็กดื่มน้ำผลไม้ที่มีสีผสมอาหารสังเคราะห์ (E102, E110, E122, E124) 20 มิลลิกรัม และมีวัตถุกันเสีย(E211) 45 มิลลิกรัม และอีกสองสัปดาห์ให้ดื่มน้ำผลไม้ชนิดเดียวกันที่ไม่มีวัตถุเจือปนทั้งสองชนิด ผลจากการสังเกตุพฤติกรรมพบว่าในสองสัปดาห์แรกเด็กมีพฤติกรรม ชอบขัดจังหวะ, เล่นง่วนอยู่กับสิ่งของ, รบกวนผู้อื่น, หลับยาก, ก้าวร้าว วัตถุเจือปนอาหารที่ใช้ในงานวิจัยนี้คือ

สีผสมอาหารสังเคราะห์

  • Tartrazine (E102, FDC Yellow # 5) – สีเหลือง – ใช้ในเครื่องดื่ม, ไอศครีม, คัสตาร์ด, เนยแข็ง น้ำสลัด, ผักกระป๋อง ฯลฯ เครื่องสำอางค์และยา นอกจากนี้ยังอาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือหอบหืดและอาจเป็นสารก่อมะเร็ง
  • Sunset Yellow (E110, FDC Yellow # 6) สีเหลือง
  • Carmoisine (E122, FDC red # 3) สีแดง
  • Ponceau 4R (E124, FDC red # 7) สีแดง

วัตถุกันเสีย

  • Sodium Benzoate (E211) – เค้ก, ธัญพืช, น้ำสลัด, มาการีน, ทอฟฟี่, มาการีน และในอาหารอีกหลายชนิด อาจเป็นสารก่อมะเร็ง

สีผสมอาหารชนิดสังเคราะห์ที่วางขายอยู่มีทั้งแบบผงและที่เป็นของเหลว ชนิดผงนั้นหะล้าล ส่วนสีที่เป็นของเหลวก็ต้องตรวจดูว่าเป็นสีละลายในอะไร ซึ่งตัวทำละลายที่ FDA อนุญาตให้ใช้ที่หะล้าลได้แก่ น้ำ, โพรพิลีนไกลคอล, เด็กซฺโตรส, ซูโครส,น้ำมันพืช แต่ตัวที่น่าสงสัยคือ สีที่ละลายในกลีเซอรีน ซึ่งถ้ามาจากพืชหรือปลาก็หะล้าล แต่ถ้ามาจากหมูหรือสัตว์ที่ไม่ได้เชือดอย่างถูกต้องก็หะรอม (4)

—————
(1) ไฮเปอร์แอคทีฟ (โรคสมาธิสั้น) คือ กลุ่มอาการที่เกิดในวัยเด็ก ก่อนอายุ 7 ปี แล้วก่อให้เกิดผลกระทบต่อพฤติกรรม, อารมณ์, การเรียนรู้ และ การเข้าสังคมกับผู้อื่น อ่านเพิ่มเติมได้ที่ thaihealth
– เรียบเรียงจาก (1) (2) (3)
—————

คำแนะนำ : ควรหลีกเลี่ยงอาหารหรือขนมสีเหลืองแดง รวมทั้งอาหารที่ใส่วัตถุกันเสียด้วย เพราะโซเดียมเบนโซเอตนี่บ้านเราใช้กันมาก ถ้ายังไงก็ควรรับประทานให้น้อยที่สุด แต่อุปสรรคที่สำคัญคือผลิตภัณฑ์อาหารบ้านเราเขียนส่วนผสมไม่ครบหรือไม่ให้รายละเอียด เขียนไว้ว่าใส่วัตถุกันเสีย แต่ไม่ได้บอกว่าตัวไหน และถ้าจะซื้อสีผสมอาหารใช้ก็ให้เลือกแบบผงหรือแบบที่ละลายในน้ำ และใส่ในอาหารให้น้อยที่สุด (แต่ถ้าจะใช้สีธรรมชาติแทนก็ดีกว่าแน่นอน) …

…มีอีกเรื่อง…ระหว่างที่ค้นเรื่องนี้ ได้พบบทความเกี่ยวกับข้อเสียของวัตถุเจือปนอาหารหลายๆตัว ซึ่งมันจะออกฤทธิ์เมื่อเราได้รับมากๆ ก็อยากจะแนะนำเพิ่มเติมว่า อย่าทานอาหารชนิดใดซ้ำๆ เป็นเวลานาน จะได้ไม่เกิดการสะสมของวัตถุเจือปนอาหารจนเกิดอันตรายกับร่างกาย

 

ที่มา : http://maansajjaja.blogspot.com/2007/03/blog-post_27.html