เมื่อวันที่ 23-27 ตุลคม 2556 ที่ผ่านมา รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.จฬ.) นำคณะผู้แทนฮาลาลไทยประกอบด้วย รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (สมฮท.) นายรัสมี ดำชะไว และนายสมาน อาดัม ในฐานะรองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เดินทางเยือนสาธารณรัฐตุรกี เพื่อเข้าร่วมงานประชุมนานาชาติครั้งที่ 1 เรื่องการรับรองเชิงระบบมาตรฐานและการมาตรฐานฮาลาลระหว่างประเทศ (1st IHAF-International Halal Accreditation Forum 2013) ในหัวข้องาน “For Halal living; one standard, one certificate and non-stop trade without non-tariff barriers with a recognized accreditation” ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติ Haliç Congress Convention Center นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 600 คน ประกอบด้วยนักวิชาการศาสนาอิสลาม นักวิชาการมาตรฐาน และนักวิทยาศาสตร์หลากหลายสาขาจากประเทศต่างๆกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

การประชุมนานาชาติเรื่องการรับรองเชิงระบบมาตรฐานและการมาตรฐานฮาลาลระหว่างประเทศ หรือ 1st IHAF-International Halal Accreditation Forum 2013 นี้ จัดขึ้นโดยกระทรวงกิจการยุโรป และ TURK AKREDİTASYON KURUMU (TURKAK) ซึ่งเป็นองค์กรรับรองด้านมาตรฐานฮาลาลของเอกชนซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐบาลตุรกีแต่เพียงผู้เดียว โดยการประชุมครั้งนี้มีประเด็นสำคัญในการที่จะผลักดันให้เกิดมาตรฐานด้านฮาลาลที่เท่าเทียมกันระหว่างประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศมุสลิมในกลุ่มองค์การความร่วมมือแห่งรัฐอิสลาม หรือ Organization of Islamic Cooperation (OIC) ซึ่งมีประเทศสมาชิกราว 57 ประเทศ ประชากรรวมกว่า 1.2 พันล้านคน ทั้งในตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเชียกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และอเมริกาใต้ โดยการผลักดันดังกล่าวจะช่วยลดการกีดกันทางการค้าระหว่างประทศ (non-tariff barriers) จากมาตรฐานฮาลาลที่แตกต่างกันได้ในอนาคต ในโอกาศนี้ รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน และ รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ได้รับเชิญให้ร่วมเสวนาและบรรยายสรุปการดำเนินงานและการพัฒนามาตรฐานฮาลาลในประเทศไทย ในหัวข้อ “Science and Technology Backed-Up Halal Standardization and Certification in Thailand” และ “The Development of National Halal Standards in Thailand” ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นพัฒนาการทางด้านมาตรฐานและการมาตรฐานฮาลาลของประเทศไทยที่มีมาโดยตลอดระยะเวลาหลายสิบปี อีกทั้งยังชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างพื้นฐานฮาลาล (Halal Infrastructure) ตลอดจนความแข็งแกร่งในด้านการทำงานซึ่งได้ผนวกองค์ความรู้ทางด้านวิชาการสมัยใหม่ นั่นคือ วิทยาศาสตร์แลเทคโนโลยีฮาลาลเข้ากับวิชาการและหลักความเชื่อทางศาสนาอิสลามอย่างกลมกลืน ช่วยส่งเสริมระบบการมาตรฐานฮาลาลของประเทศไทยให้มีความน่าเชื่อถือทั้งในเชิงองค์ความรู้ทางศาสนาอิสลามและวิชาการด้านการมาตรฐานสากลอีกด้วย ทั้งนี้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากนานาอารยประทศว่าเป็นประเทศผู้ให้กำเนิดวิทยาศาสตร์ฮาลาลแห่งแรกในโลก อีกทั้งประเทศไทยยังมีจุดแข็งในเชิงกฎหมายซึ่งกำหนดให้การรับรอง     ฮาลาลเป็นกิจการในกำกับดูแลขององค์กรศาสนาอิสลามตามพระราชบัญญัติบริหารองค์กรศาสนาอิสลามแห่งประเทศไทย พศ.2540 อีกด้วย โดยเมื่อบรรยายจบที่ประชุมต่างแสดงความยินดีและชื่นชมการดำเนินงานด้านการมาตรฐานฮาลาลในประเทศไทยเป็นอย่างมาก พร้อมท้งแสดงความประหลาดใจที่ประเทศไทยมีความก้าวหน้าด้านการมาตรฐานฮาลาลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาวิทยาศาสตร์และทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในด้ารการรับรองฮาลาลได้เป็นผลสำเร็จจนทำให้ผลิตภัณ์ฮาลาลของประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับ และมีมาตรฐานระดับโลก นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นนักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ ผู้แทนองค์กรรบรองฮาลาล และนักธุรกิจ ยังต่างแสดงความจำนงขอเข้ามาศึกษาดูงานตลอดจนขอให้ ศวฮ.จฬ. ถ่ายทอดวิทยาการความรู้ไปยังประเทศเหล่านั้นอีกด้วย

ในโอกาสเดินทางเยือนสาธารณรัฐตุรกี คณะฯเดินทางเข้าเยี่ยมคาราวะนาย ธฤต จรุงวัฒน์ เอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงอังการา นาย Refik Gökçek กงศุลกิติมศักดิ์ไทย ณ นครอิสตันบูล และนายภาณุมาศ    มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักงานการค้าระหว่างประเทศ ณ นครอิสตันบูล เพื่อหารือข้อราชการพร้อมทั้งให้ข้อมูลรายละเอียดและชี้แจงการดำเนินงานด้านกิจการฮาลาลในประเทศไทย เพื่อแสวงหาช่องทางการสนับสนุนสินค้าฮาลาลไทยในตุรกี ตลอดจนเพื่อใช้ตุรกีเป็นประตูการค้าของสินค้าฮาลาลไทยไปยังทวีปยุโรปและเอเชียไมเนอร์ต่อไป ในการนี้ รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน และ รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ได้บรรยายสรุปและนำเสนอข้อมูลการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย ศูนย์วิทยาศาสตร์อาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการสนับสนุนกิจการฮาลาลและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกิจการฮาลาลของประเทศไทย ทำให้แบรนด์ฮาลาลของไทยเป็นที่น่าชื่อถือและมีคุณภาพสูง

การเดินทางเยือนสาธารณรัฐตุรกีในครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในด้านการเผยแพร่ศักยภาพการมาตรฐานฮาลาลของประเทศไทย การเผยแพร่คุณภาพสินค้าฮาลาลของไทย ตลอดจนการสร้างเครือข่ายองค์กรด้านการรับรองฮาลาลในประเทศต่างๆได้เป็นผลสำเร็จ และถือเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญของประเทศไทยในการเข้าไปมีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานฮาลาลและด้านอื่นๆของกลุ่มประเทศ OIC อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นต้นแบบการพัฒนาการมาตรฐานฮาลาลตามแนวทาง “ศาสนารับรอง-วิทยาศาสตร์รองรับ” แก่ประเทศต่างๆทั่วโลกอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากแนวโน้มการที่องค์กรและหน่วยงานด้านการรับรองฮาลาลของประเทศต่างๆให้ความสนใจและแสดงเจตน์จำนงขอเข้ามาศึกษาดูงานในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก จึงถือเป็นการปักธง“ฮาลาลไทย ที่หนึ่งในโลก” ได้เป็นผลสำเร็จ