วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2556  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มาเลเซีย  Tan Sri Muhyiddin Yassin พร้อม Dato’ Paduka Haji Mukhriz Tun Mahathir มุขมนตรีรัฐเคดาห์ Mr. Azlan Man มุขมนตรีรัฐเปอร์ลิส Dato’ Nazirah binti Hussain เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นักธุรกิจและเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลมาเลเซียรวม 52 คน เดินทางเยือนประเทศไทย และได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมประชุมปรึกษาหารือด้านอุตสาหกรรมฮาลาล ทั้งนี้เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศในการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาล โดยฝ่ายไทยนำโดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางสาวลดาวัลย์ คำภา รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผอ.สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย นายกฤต ไกรจิตติ เอกอัคราชทูตไทยประจำมาเลเซีย ตัวแทนจากกระทรวงต่างประเทศและส่วนราชการอื่นๆ ให้การต้อนรับและร่วมประชุมหารือในครั้งนี้   ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล ชั้น 11-112 อาคารวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การประชุมครั้งนี้มีการบรรยายพิเศษโดย ร.ศ.ดร.วินัยในเรื่องของความสำเร็จและความก้าวหน้าของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลตลอด10ปีที่ผ่านมา ด้วยการสนับสนุนอย่างดีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันเป็นสถาบันการศึกษาที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย และจากหน่วยงานราชการอื่นๆเช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น

ในการหารือระหว่างสองประเทศนั้น ได้มีการสาธิตโปรแกรม Halal Thailand สำหรับการตรวจสอบสภาพฮาลาลและข้อมูลของผลิตภัณฑ์ด้วยโทรศัพท์มือถือ Smartphone ให้ที่ประชุมได้รับชม โดยรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้กล่าวชื่นชมความสำเร็จและผลงานของศูนย์ฯ โดยเฉพาะเรื่องการดำเนินการด้านกิจการฮาลาลในประเทศไทย การวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลที่ก้าวหน้า อีกทั้งยังชื่นชมถึงการทำงานของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยในการตรวจประเมินฮาลาล โดยเสริมว่าการทำงานของ สกอท.ร่วมกับทางศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล นั้นเป็นแบบอย่างที่ดีที่ทางมาเลเซียควรศึกษาและปฏิบัติตาม แม้ว่ามาเลเซียจะมีความเข้มแข็งทางด้านองค์กรศาสนา แต่ก็ยังขาดความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลบางส่วนซึ่งจำต้อง ศึกษาจากศูนย์ฯในหลายด้าน

ปัญหาที่มาเลเซียประสบในอดีตคือการบังคับใช้กฏหมายเรื่องการรับรองฮาลาลและตราฮาลาล ที่มีผู้ประกอบการบางส่วนไม่ปฏิบัติตาม ซึ่งต่างกับประเทศไทยแม้มีพรบ.กำหนดชัดเจนแต่ก็มิใช่รูปแบบของการบีบบังคับให้มีการรับรองฮาลาล กล่าวคืออยู่บนพื้นฐานของความสมัครใจ (Voluntary Basis) ทังนี้เพื่อความสะดวกของผู้ประกอบการและผู้บริโภค ในการสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรต่อฮาลาล (Halal Friendly) ในสังคมที่ประชากรส่วนใหญ่ไม่ใช่มุสลิม

แม้ประเทศไทยไม่มีการบังคับใช้กฏหมายให้มีการรับรองฮาลาล แต่ประเทศไทยก็มีมาตรการในการดำเนินการกับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกติกาที่เด็ดขาด เช่นการตรวจสอบ การตรวจประเมิน และการดำเนินการทางกฏหมาย

ท้ายสุด ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบที่จะให้มีความร่วมมือระหว่างกันในเรื่องการกำหนดมาตรฐานฮาลาลไม่เฉพาะเรื่องอาหาร และเห็นพ้องต้องกันว่าทั้งสองประเทศต้องเป็นผู้นำและผู้บุกเบิกที่จะทำให้ความร่วมมือด้านฮาลาลเป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ร่วมกันในอนาคต
การมาเยือนไทยโดยเฉพาะการเยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยของรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในครั้งนี้จะเป็นการเปิดศักราชใหม่ของความร่วมมือในรูปแบบของCompetition Collaboration ในกิจการด้านฮาลาลของทั้งสองประเทศ อันจะเป็นต้นแบบความร่วมมือที่จะทำให้ฮาลาลประเทศไทยมีโอกาสที่จะพัฒนาในเรื่องของรูปแบบ และการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายมากขึ้นในตลาดโลก