วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน และ ผศ.นิฟาริด ระเด่นอาหมัด เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานกรอบการประชุมระดับมุขมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด (CMGFTC) ประจำปีงบประมาณ 2562 แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) โดยประธานการประชุมคือ นายธนาคม จงจิระ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อีกทั้งยังมีผู้ว่าราชการจังหวัดและตัวแทนจาก 14 จังหวัดภาคใต้ และจากสภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม หน่วยงานภายใต้มหาวิทยาลัยได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และศวฮ.
 
ผลการขับเคลื่อนแผนงานระยะห้าปีมีความก้าวหน้าอย่างเป็นลำดับ ซึ่งทั้งสามประเทศได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการเร่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาจุดแข็งของพื้นที่เพื่อสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ให้ข้อเสนอแนะแนวทางขับเคลื่อนแผนงาน 5 ประเด็น ให้ IMT-GT เป็น building blog ประเด็นที่ 3 คือ การยกระดับห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรที่สำคัญ เช่น ยาง ปาล์มน้ำมัน ประมงแปรรูป และผลิตภัณฑ์ฮาลาล มุ่งเน้นให้เกิดการวิจัย พัฒนา และใช้นวัตกรรมร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วนเพื่อสร้างอุปสงค์ต่อผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งมีการสรุปผลงานของผลการวิจัยการประเมินเมืองสีเขียว รวมถึงระเบียบวาระของกลุ่มจังหวัดต่างๆ และสนับสนุนยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ให้สอดคล้องกับกรอบ IMT-GT โดยจะมีเพิ่มกลุ่มทำงานในด้านสิ่งแวดล้อม ปีนี้การประชุมระดับรัฐมนตรีซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ จะเกิดขึ้นในวันที่ 10-14 กันยายน 2562 ต่อไป
 
ทางที่ประชุมได้สอบถามถึงเรื่องฮาลาล โดย รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ได้ให้ความเห็นถึงจุดแข็งของทางศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ ในเรื่องการพัฒนาและผลักดันฮาลาลไทย รวมถึงไทยยังเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่นโดยโครงการ Halal Blockchain และการพัฒนา H-number ที่พัฒนาโดย ศวฮ. จะเป็นเครื่องมือในการผลักดันต่อเพื่อลดการใช้งานทางห้องปฏิบัติการ หากรัฐบาลผลักดันด้านฮาลาลในไทยต่อเนื่อง จะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและสร้างมิติใหม่ของฮาลาลไทยสู่ฮาลาลโลก
 
มุมมองของภาคเอกชน นายภูวดิท ปรีชานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้หอการค้าไทย ได้ให้ความเห็นว่า ทำอย่างไรให้ต่างชาติรับรองมาตรฐานของไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับอยู่แล้วนั้นรศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ได้ชี้แจงถึงบทบาทของวิทยาศาสตร์ฮาลาลไทย ซึ่งตอนนี้มีบทบาทใน OIC รวมถึงจะผลักดันให้องค์กรศาสนา ภาคเอกชน นำเสนอสู่ประชาคมโลก แต่สิ่งที่ขาดคือการนำเสนอและประชาสัมพันธ์จากทางภาครัฐ ซึ่งได้รับการตอบรับจากที่ประชุมเพื่อนำไปสู่การผลักดัน และทางประธานได้ให้ทางสภาพัฒน์นำเรื่องเข้าสู่ระดับรัฐมนตรีต่อไป
 
รวมถึง รศ.ดร.มิตรชัย จงเชี่ยวชำนาญ ผอ. ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ได้พูดถึงประเด็น Halal Harmonization ให้ผลักดันให้สำเร็จ มี 3 เสาหลักสำคัญ คือการเกษตร การท่องเที่ยว ฮาลาล และ 4 เสาสนับสนุน อีกทั้งนายวัฒน เริงสมุทร รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นเรื่อง Halal Tourism เสนอกรอบแนวคิด one region one pack เพื่อผลักดันด้านการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ฮาลาลต่อไป
 
ทางสภาพัฒน์ได้ให้ความเห็นและขอบคุณว่า เรื่อง Halal Tourism เป็นเรื่องที่เป็น Cross-section กับเรื่องฮาลาล ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากทางภาครัฐและเอกชน โดยได้รับการนำเสนอจาก รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ช่วยผลักดันในเรื่องนี้ต่อไป